Home
Home  |  Webboard  |  Download  |  Job  |  Link

การประชุมทวิภาคีระหว่างสมาคมสถาปนิกมาเลเซียและสมาคมสถาปนิกสยามฯ และ สมาคมสถาปนิกสยามฯ และ สภาสถาปนิกมาเลเซีย ในงาน PAM Convention 2008

สรุป DATUM KL 2008 และการประชุมทวิภาคีระหว่างสมาคมสถาปนิกมาเลเซียและสมาคมสถาปนิกสยามฯ ในงาน PAM Convention 2008
ณ Kuala Lumpur Convention Center(KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ในวันที่ 4 และ 6 กรกฎาคม 2551

และการประชุมทวิภาคีระหว่างสภาสถาปนิกมาเลเซียและสมาคมสถาปนิกสยามฯ
ณ ที่ทำการสภาสถาปนิกมาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2551

 

รายงานและสรุปโดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรรจน์ เศรษฐบุตร
ประธานกรรมาธิการวิชาการ 2551-2553
และ เมธี รัศมีวิจิตรไพศาล
กรรมาธิการวิชาชีพและประธานกรรมาธิการประชาสัมพันธ์วิชาชีพ

 

ในระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2551 สมาคมสถาปนิกสยาม ฯ (ASA)ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นแขกรับเชิญในงานนิทรรศการประจำปี PAM Convention 2008 ที่จัดโดยสมาคมสถาปนิกมาเลเซีย หรือ Malaysian Institute of Architects PAM (Pertubuhan Akitek Malaysia) โดยมีตัวแทนสมาคม ฯ นำโดย คุณทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ฯ 2551-2553 ร่วมด้วยกรรมการสมาคม ฯ ชุดปัจจุบัน ได้แก่ คุณเมธี รัศมีวิจิตรไพศาล กรรมาธิการวิชาชีพและประธานกรรมาธิการประชาสัมพันธ์วิชาชีพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรรจน์ เศรษฐบุตร ประธานกรรมาธิการวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อภิรดี เกษมศุข ประธานกรรมาธิการวิชาการ คุณวีรฉัตร พรหมศร กรรมการประชาสัมพันธ์ คุณไชยรัตน์ ฉันธิกุล กรรมการกลาง โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มล. ปิยลดา (เทวกุล) ทวีปรังสีพร กรรมการจัดงานสถาปนิก 2552 และกรรมาธิการประชาสัมพันธ์วิชาชีพ เป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์งานประชุมสัมมนาวิชาการ 

 

PAM Convention 2008
กิจกรรมงาน PAM Convention 2008 ไม่ได้แตกต่างจากงานสถาปนิกที่สมาคม ฯ จัดทุกปี คือเป็นงานแสดงวัสดุอาคารและเทคโนโลยีการก่อสร้างประจำปี โดยมีส่วนของการแสดงผลงานสถาปนิก และนิสิตนักศึกษา รวมทั้งยังมีงานสัมมนา International Design Forum โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นที่ KL Convention Center กลางใจเมืองกัวลาลัมเปอร์ ห่างจากตึก Petronas ไปเพียงไม่กี่อึดใจ ในส่วนของ Exhibition ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากงานสถาปนิกของเราสักเท่าไหร่ จึงไม่ขอกล่าวลงไปในรายละเอียด เพียงแต่เท่าที่เห็นมา บรรยากาศที่พบ จะดูเรียบง่าย ไม่มีการตกแต่งประดับประดา หรูหรา ฟุ่มเฟือย เน้น Content มากกว่า Style ไม่ได้แสดง Theme งานอะไรมากมาย และที่สำคัญคือไม่มี Pretty นุ่งน้อยห่มน้อยมาเดินไปเดินมา หรือตระโกนผ่านโทรโข่ง เหมือนงานที่จัดในบ้านเรา ซึ่งทำให้รู้สึกว่าเราได้ลงทุนลงแรงกับการประดับประดาบูธขายสินค้าบ้านเราอย่างอลังการกันจนเกินไปหรือเปล่า ??

ในส่วนงานสัมมนา International Design Forum ซึ่งได้ถูกตั้งชื่อให้โดดเด่นว่า DATUM KL 2008 “Distinction” ซึ่งคือชื่อ Theme งานที่เน้นการนำเสนอผลงานที่แปลกแตกต่าง และชัดเจนด้วยแนวคิดการออกแบบที่โดดเด่นของสถาปนิกผู้มาเป็นวิทยากรบรรยายทั้งสิ้น 10 คน ได้แก่ Kengo Kuma (Japan), Ben Van Berkel (UNStudio, the Netherlands), Bjarke Ingels (Denmark), Hanif Kara (UK), Hou Liang (China), Nadir Tehrani (Office dA, U.S.A), Hailim Suh (Korea), Voon Wong (Malaysia), Tan Loke Mun (Malaysia), Rene Tan และ Quek Tse Kwang จากสิงคโปร์ งานสัมมนานี้จัดขึ้นภายใน 2 วัน โดยมีวิทยากร 5 คนต่อหนึ่งวัน ซึ่งค่อนข้างแน่น จึงต้องเริ่มบรรยายตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็น สำหรับค่าลงทะเบียน สมาชิกของ PAM ต้องเสียค่าลงทะเบียน 450 ริงกิต หรือ ประมาณ 4,500 บาท ถ้าเป็นนักศึกษา จะต้องเสียค่าลงทะเบียน 280 ริงกิต หรือ ประมาณ 2,800 บาท โดยค่าลงทะเบียนเข้าฟังนี้ได้รวมอาหารกลางวันแล้ว ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนเข้าฟังบรรยายกว่า 2 พันคน !!! นับเป็นงานสัมมนา International Forum ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทีเดียว เมื่อเทียบกับงานสัมมนาในงานสถาปนิกของ ASA ที่มีผู้ฟังประมาณ 600 คน ก็ล้นห้องประชุมแล้ว ซึ่งความประทับใจที่พบก็คือระบบแสง สี เสียง และคุณภาพห้องประชุมสัมมนา ที่มีความพร้อมสำหรับงานประชุมนานาชาติจริง ๆ ไม่ใช่ระดับห้องประชุมสมัครเล่นที่ใช้จัดงานกินเลี้ยงแต่งงานของ Impact ที่เรามี นอกจากนี้ก็จะเห็นความเป็นระเบียบเรียบร้อยของผู้ฟัง ที่มาจองที่นั่งกันตั้งแต่เช้า ทำให้งานสัมมนาสามารถเริ่มตรงเวลา และเลิกตรงเวลาได้

 

PAM/ASA BI-LATERAL MEETING 2008
ในระหว่างที่มีงานแสดงสินค้าเกิดขึ้นที่โถงนิทรรศการ มีงานสัมมนาจัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ ในวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2551 คณะกรรมการสมาคมสถาปนิกสยาม (ASA) ซึ่งประกอบด้วย คุณทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ฯ 2551-2553 คุณเมธี รัศมีวิจิตรไพศาล กรรมาธิการวิชาชีพและประธานกรรมาธิการประชาสัมพันธ์วิชาชีพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรรจน์ เศรษฐบุตร ประธานกรรมาธิการวิชาการ คุณวีรฉัตร พรหมศร กรรมการประชาสัมพันธ์ และคุณไชยรัตน์ ฉันธิกุล กรรมการกลาง ก็ได้เข้าร่วมประชุมทวิภาคีกับคณะกรรมการสมาคมสถาปนิกมาเลเซีย (PAM) เพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในเรื่องต่างๆของวิชาชีพ ลักษณะการทำงานวิชาชีพของสถาปนิกในประเทศของตน การแก้ปัญหา และบทเรียนที่ได้จากการทำงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยมีหัวข้อการประชุมตามที่ฝ่ายวิชาชีพของ ASAได้ติดต่อประสานงานไปยัง PAM ซึ่งมีสาระสำคัญต่างๆ ดังนี้

1. ‘Architecture as a Profession’ Rebranding Strategies. ซึ่งเป็นนโยบายของนายก PAM คนปัจจุบัน(Architect Lee Chor Wah)

เกี่ยวกับแนวทางในการทำงาน Rebranding นั้น นายกสมาคม PAM คนปัจจุบัน กล่าวว่า PAM ให้ความสำคัญมากเกี่ยวกับการกระตุ้นให้สังคมรู้จักและเข้าใจในบทบาทวิชาชีพสถาปนิก โดยเฉพาะสถาปนิกมาเลเซีย ซึ่งการที่จะเข้าถึงสังคมอย่างนั้นได้ จะต้องสร้าง Brand ของวิชาชีพสถาปนิกให้เกิดขึ้น ให้เป็นที่รู้จักและแตกต่างจากวิชาชีพใกล้เคียงอื่นๆ โดยแนวทางการสร้าง Brand ของวิชาชีพนั้น อาจจะต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Brand Consultant มาช่วยดำเนินการ นายก PAM ยังกล่าวอีกว่าประเทศมาเลเซียได้ศึกษาถึงการประชาสัมพันธ์วิชาชีพของประเทศออสเตรเลีย และได้แนะนำให้ ASA ลองศึกษาดูเช่นกัน

2. การคิดค่าบริการวิชาชีพของสถาปนิกมาเลเซีย ซึ่งมี Architects (Scale of Minimum Fees) Rules 1986 กำหนดไว้โดย LAM(Board of Architects Malaysia)

PAM เล่าว่า สำหรับการทำงานโครงการต่างๆของรัฐบาลของประเทศมาเลเซียนั้น รัฐบาลของประเทศมาเลเซียคิดค่าบริการวิชาชีพให้แก่สถาปนิกตาม Scale of Minimum Fees (ดูรายละเอียดของ Scale of Minimum Fees ดังกล่าวได้จาก www.lam.gov.my)

แต่สำหรับการทำงานโครงการต่างๆของเอกชน สถาปนิกโดยทั่วไปไม่ได้คิดค่าบริการวิชาชีพโดยใช้ Scale of Minimum Fees สถาปนิกยังทำงานโดยการคิดค่าบริการวิชาชีพต่ำกว่า Scale of Minimum Fees ที่กำหนดกันไว้ และยังมีการแข่งขันกันด้านค่าบริการวิชาชีพอยู่มาก

สำหรับประเทศไทย ASA เล่าว่า ค่าบริการวิชาชีพในการทำงานโครงการต่างๆของรัฐบาลของประเทศไทยนั้น รัฐบาลของประเทศไทยคิดค่าบริการวิชาชีพให้แก่สถาปนิกและวิศวกร ในอัตรา 1.75% ของค่าก่อสร้างโครงการ (ขอให้ผู้อ่านลองศึกษาเปรียบเทียบกับ Scope of Works และอัตรา Scale of Minimum Fees ของประเทศมาเลเซียดู)

นอกจากนี้ สำหรับการทำงานโครงการต่างๆของเอกชนนั้น เราก็มีปัญหาเช่นเดียวกันกับประเทศมาเลเซีย คือสถาปนิกถูกต่อรองค่าบริการวิชาชีพอย่างมากจากผู้ว่าจ้างและมีการแข่งขันกันด้านค่าบริการวิชาชีพอยู่มากเช่นกัน และสถาปนิกส่วนมากก็มักจะยอมทำงานโดยคิดค่าบริการวิชาชีพต่ำกว่ามาตรฐานค่าบริการวิชาชีพที่กำหนดเป็น Guideline ไว้

3. การกำหนดข้อบัญญัติต่างๆด้านการก่อสร้างและการพัฒนาด้านกายภาพของประเทศ

ในการกำหนดข้อบัญญัติต่างๆด้านการก่อสร้างและการพัฒนาด้านกายภาพของประเทศมาเลเซียนั้น PAM กล่าวว่าทางรัฐบาลของประเทศมาเลเซียได้ให้ความสำคัญแก่วิชาชีพการออกแบบโดยให้มีสถาปนิกอยู่ในคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้ศึกษาและกำหนดกฎเกณฑ์ข้อบัญญัติต่างๆ ซึ่งมีจำนวนสถาปนิกมากพอที่ทำให้มีนัยสำคัญต่อการให้ความคิดเห็นและการตัดสินใจ และได้มีการพัฒนาปรับปรุงวิธีการทำงานและการกำหนดข้อบัญญัติต่างๆด้านการก่อสร้างและการพัฒนาด้านกายภาพของประเทศมาโดยตลอด

สำหรับประเทศไทย ASA แจ้งว่าภาครัฐยังให้ความสำคัญกับสถาปนิกที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการออกแบบกายภาพและสภาพแวดล้อมไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งจะต้องมีการร่วมกันผลักดันให้เห็นความสำคัญและเกิดการให้สถาปนิกเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดข้อบัญญัติต่างๆด้านการก่อสร้างและการพัฒนาด้านกายภาพของประเทศ มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

4. ปัญหาเรื่องการขาดแคลนช่างเขียนแบบ

PAM กล่าวว่า ประเทศมาเลเซีย ซึ่งคงเหมือนกับประเทศไทยและประเทศอื่นๆโดยรอบ ก็มีปัญหาขาดแคลนสถาปนิกและช่างเขียนแบบ โดยส่วนหนึ่งของสถาปนิกและช่างเขียนแบบของประเทศมาเลเซียออกไปทำงานในตะวันออกกลาง

ASA เล่าว่า เรามีปัญหาการขาดแคลนช่างเขียนแบบ และขณะนี้ เราไม่มีสถาบันที่เน้นการสอนและผลิตบุคลากรที่มีความชำนาญทางด้านการเขียนแบบและออกแบบเทคนิคสถาปัตยกรรมอีกแล้ว เนื่องจากทุกสถาบันพยายามผันมาสอนเน้นในเรื่องการออกแบบสถาปัตยกรรมโดยรวม

5. การทำงานออกแบบต่างๆด้านสถาปัตยกรรมและสาขาที่เกี่ยวเนื่อง

PAM กล่าวว่า ในประเทศมาเลเซียนั้น ได้มีการกำหนดไว้ว่า สถาปนิก(Professional Architect)สามารถทำงานออกแบบวางผัง ออกแบบอาคาร และ งานตกแต่งภายในได้ทั้งหมด(ดูรายละเอียดข้อกำหนดได้ใน Architects Act 2007 (1967) ใน www.lam.gov.my )

ASA เล่าว่า ขณะนี้ ทางสภาสถาปนิกของไทย (ACT) พยายามกำหนดความชัดเจนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสถาปนิก

6. การดูแลและควบคุมการทำงานและจรรยาบรรณของสถาปนิกทั้งหมด ทั้งที่ทำงานเอกชนและราชการ

PAM กล่าวสั้นๆว่า LAM เป็นผู้ดูแลและควบคุมทั้งหมด และ ASA ก็แจ้งว่า สภาสถาปนิกของเราเป็นผู้ดูแลและควบคุมการทำงานและจรรยาบรรณของสถาปนิกทั้งหมด

7. ปัญหาระหว่างงานของอาชีพสถาปนิกและองค์กรธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่อง

ASA เล่าว่า ในประเทศไทย เรามีปัญหาในเรื่องที่มีบริษัทรับสร้างบ้านหรือผู้รับเหมาที่ทำงาน Turn Key บางรายบอกกับผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้างว่าไม่มีการคิดค่าบริการวิชาชีพออกแบบ หรือคิดค่าบริการวิชาชีพในการออกแบบต่ำมากๆ

PAM กล่าวว่า ในประเทศมาเลเซีย โดยทั่วไป ประชาชนจะนิยมให้บริษัทสถาปนิกออกแบบหรือ สถาปนิก Freelance ทำการออกแบบบ้านให้แล้วทำการประมูลหาผู้รับเหมา หรือก็ซื้อบ้านสำเร็จรูปไปเลย มากกว่าที่จะให้บริษัทรับสร้างบ้านออกแบบและก่อสร้างให้ เนื่องจากประชาชนรู้ดีว่าการให้สถาปนิกอาชีพที่ทำงานออกแบบทำการออกแบบให้จะได้แบบที่ดีกว่า และการประมูลหาผู้รับเหมาจะได้งานก่อสร้างที่ดีกว่า

8. การพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง(Continuing Professional Development CPD)

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2551
เมธี รัศมีวิจิตรไพศาล กรรมาธิการวิชาชีพ ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของสถาบันสถาปนิก (ISA)และ ดร. อภิรดี เกษมศุข ประธานกรรมาธิการฝ่ายวิชาการ ได้พบปรึกษาหารือเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการด้านการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง(Continuing Professional Development CPD) ซึ่งทาง PAM ได้ดำเนินมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว ทาง ASAได้แจ้งว่า สถาบันสถาปนิก (ISA) และสภาสถาปนิกของไทย (ACT) ได้กำลังเตรียมการด้านระเบียบการ หลักสูตรการอบรมต่างๆ และการกำหนดหน่วยกิต เพื่อจะเปิดการอบรมในต้นปี พ.ศ. 2552 เพื่อให้ทันกับการเปิดดำเนินการของ Asian Architects ภายในปลายปี พ.ศ. 2552 และก็ได้ถามถึงวิธีการจัดการการอบรม การวางหลักสูตรต่างๆ ของทาง PAM ซึ่งได้รับคำอธิบายว่าทาง PAM ได้แบ่งหลักสูตรการอบรมเป็น 2 เรื่องหลักๆ คือ
1. วิชาการด้านต่างๆ โดยทั่วไป
2. Design Lecture Series เกี่ยวกับการออกแบบโดยเฉพาะ โดยเชิญสถาปนิกทั้งในประเทศและต่างประเทศมา Lecture โดยจัดให้มี Design Lecture เดือนละ 1 ครั้ง
(ดูรายละเอียดได้จาก www.pam.org.my)

ในการปรึกษากันครั้งนี้ ได้มีการเจรจาที่จะแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างกัน โดยจะมีการแจ้งหลักสูตรของแต่ละประเทศให้อีกฝ่ายรับรู้ และจะศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะให้สามารถเก็บUnit ข้ามกันได้

LAM/ASA BI-LATERAL MEETING
วันที่ 7 กรกฎาคม 2551
เมธี รัศมีวิจิตรไพศาล กรรมาธิการฝ่ายวิชาชีพ สมาคมสถาปนิกสยามฯ (ASA) ได้เข้าพบปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในเรื่องต่างๆของวิชาชีพ และการกำหนดกฎเกณฑ์ ข้อบังคับต่างๆ ในการปฏิบัติวิชาชีพ กับ Architect Hj Mustapha Mohd Salleh และ Architect Zuraina Leily Awalludin คณะกรรมการของสภาสถาปนิกของประเทศมาเลเซีย (Lembaga Arkiteik Malaysia LAM) ตามที่ฝ่ายวิชาชีพของ ASAได้ติดต่อประสานงานไปยัง LAM ซึ่งมีสาระสำคัญบางส่วนเช่นเดียวกันกับที่แลกเปลี่ยนกับ PAM และมีสาระบางส่วนที่ได้รับเพิ่มเติมขึ้นมาจาก LAM ซึ่งในที่นี้จะกล่าวเฉพาะข้อมูลที่เพิ่มเติมขึ้นมา ดังนี้

1. การคิดค่าบริการวิชาชีพของสถาปนิกมาเลเซีย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ Architects (Scale of Minimum Fees) Rules 1986 ซึ่งกำหนดไว้โดย LAM(Board of Architects Malaysia)

ทาง LAM กล่าวว่า Scale of Minimum Fees (ซึ่งไม่รวม Fees ของงานวิศวกรรม)นี้ (ดูรายละเอียดของ Scope of Works และอัตรา Scale of Minimum Fees ดังกล่าวได้จาก www.lam.gov.my) เกิดจากการสำรวจข้อมูล การประชุม การแสดงความคิดเห็น และการ vote ร่วมกันให้มีขึ้นของสถาปนิกมาเลเซีย และได้นำเสนอรัฐบาลของประเทศมาเลเซียโดยสภาสถาปนิกมาเลเซีย (LAM) ซึ่งได้รับการยอมรับและอนุมัติจากรัฐบาลของประเทศมาเลเซีย โดยกระทรวงโยธา (Ministry of Civil Works)

หลักการกำหนด Scale of Minimum Fees นี้ มาจากการคิดคำนวณโดยมีฐานจากการกำหนดมาตรฐานการให้บริการวิชาชีพที่เหมาะสม และการกำหนดค่าตอบแทนที่สถาปนิกควรจะได้รับในการให้บริการนั้นๆจากผู้ว่าจ้าง อย่างเหมาะสมและยุติธรรม

สถาปนิกที่ให้บริการด้านการออกแบบอาจคิดค่าบริการวิชาชีพมากกว่าที่กำหนดไว้ใน Scale of Minimum Fees นี้ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ใน Scale of Minimum Fees

และสำหรับการทำงานออกแบบโครงการต่างๆของรัฐบาลของประเทศมาเลเซียนั้น สถาปนิกจะได้รับค่าบริการวิชาชีพจากรัฐบาลของประเทศมาเลเซียตาม Scale of Minimum Fees นี้

สำหรับการทำงานโครงการต่างๆของเอกชนนั้น ยังบังคับใช้ไม่ได้เต็มที่ ทั้งๆที่สถาปนิกทั้งหลายส่วนใหญ่อยากให้มี และได้ Vote ให้มี Scale of Minimum Fees นี้ แต่ในการทำงานโดยทั่วไป

การที่ยังมีสถาปนิกที่ไม่ทำตามมาตรฐานการให้บริการวิชาชีพ และอัตรา Scale of Minimum Fees นี้สำหรับ LAM ถือว่าเป็นการไม่ทำตามเกณฑ์ที่กำหนดกันไว้ ในอดีต ทาง LAM เคยออกประกาศเตือน และขณะนี้กำลังคิดหาวิธีดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สมาชิกปฏิบัติตามเกณฑ์ของมาตรฐานการให้บริการวิชาชีพ และอัตรา Scale of Minimum Fees เพื่อให้ได้การทำงานที่มีมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพที่ดี มีประสิทธิภาพ ถูกหลักวิชาการ และเพื่อให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิผล ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งแก่ประชาชนที่ว่าจ้างใช้บริการ คุณภาพทางกายภาพและที่ว่างของบ้าน เมือง และประเทศ และประชาชนผู้ใช้สถานที่ ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อการประกอบอาชีพของสถาปนิกทั้งหลาย

2. ปัญหาเรื่องการขาดแคลนช่างเขียนแบบ

LAM กล่าวว่า ประเทศมาเลเซียยังคงมีสถาบันสอนและผลิตบุคลากรที่มีความชำนาญทางด้านการเขียนแบบและออกแบบเทคนิคสถาปัตยกรรมอยู่หลายแห่ง

ช่างเขียนแบบ (Building Draughtsman) ของประเทศมาเลเซียจะต้องลงทะเบียนเพื่อ Practice อย่างถูกต้องกับสภาสถาปนิกมาเลเซีย ช่างเขียนแบบที่มีประสบการณ์ตามที่กำหนดไว้สามารถออกแบบและลงนามเป็นผู้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมได้ในขอบเขตระดับหนึ่ง (ดูรายละเอียดได้จาก Architects Act 2007 (1967) ใน www.lam.gov.my ) ในพื้นที่ที่กำหนด

ปัจจุบัน ช่างเขียนแบบที่ลงทะเบียน กับ LAM มี 204 คน (บางส่วนยังไม่ได้ ลงทะเบียน)

(ข้อมูลเพิ่มเติม: จำนวนสถาปนิก และนักออกแบบตกแต่งภายในที่ลงทะเบียนของประเทศมาเลเซีย
- Professional Architect 1699 คน
- Graduate Architect 1207 คน
- Interior Designer 402 คน)

3. การทำงานออกแบบต่างๆด้านสถาปัตยกรรมและสาขาที่เกี่ยวเนื่อง

LAM กล่าวว่า ในประเทศมาเลเซียนั้น การทำงานออกแบบต่างๆด้านสถาปัตยกรรมและสาขาที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่งานสถาปัตยกรรม งานสถาปัตยกรรมภายใน งานวางผัง ได้รับการศึกษาวิเคราะห์และกำหนดไปนานแล้ว (ดูรายละเอียดได้จาก Architects Act 2007 (1967) ใน www.lam.gov.my) โดยได้มีการกำหนดไว้ว่า สถาปนิกสามารถทำงานออกแบบวางผัง ออกแบบอาคาร และ งานตกแต่งภายในได้ โดยในขั้นตอนการทำงานออกแบบโครงการใดๆ สถาปนิกต้องส่งแบบสำหรับ Planning Permission และ Building Permission ตามลำดับ

การปฏิบัติงานวิชาชีพของสถาปนิก นักออกแบบตกแต่งภายใน และช่างเขียนแบบที่ลงทะเบียนทุกคน จะอยู่ภายใต้ Architects Act ส่วนการปฏิบัติงานวิชาชีพของภูมิสถาปนิกไม่อยู่ภายใต้ Architects Act

สำหรับ การปฏิบัติงานวิชาชีพของนักวางแผนและออกแบบผังเมือง จะอยู่ภายใต้ Town Planners Act และ Town and Country Planning Act

4. การดูแลและควบคุมการทำงานและจรรยาบรรณของสถาปนิกทั้งหมด ทั้งที่ทำงานเอกชนและราชการ

LAM เป็นผู้ควบคุมทั้งหมด สำหรับผู้ที่รับราชการนั้น ทาง LAM บอกว่า ทางรัฐบาลจะควบคุมข้าราชการของตนอย่างเข้มงวด ซึ่งรวมถึงสถาปนิกที่ทำงานในหน่วยงานรัฐบาล ซึ่งเท่ากับช่วยให้การทำงานของคณะกรรมการจรรยาบรรณวิชาชีพสถาปนิกสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับสถาปนิกที่ทำงานภาคเอกชนนั้น LAM พยายามหาวิธีควบคุมดูแลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งด้านจรรยาบรรณและอื่นๆ ซึ่งยังทำได้ไม่เต็มที่นัก โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้ Architects (Scale of Minimum Fees) Rules 1986

5. การประกอบอาชีพสถาปนิกและธุรกิจอื่นๆ

LAM กล่าวว่า ใน Architect Act 2007 (1967) ของ LAM ได้กำหนดไว้ว่าสถาปนิกที่จะทำงานประกอบอาชีพได้ต้องลงทะเบียนกับ LAM เป็นบุคคล หรือ นิติบุคคลโดยเป็นบริษัทที่ปรึกษาเท่านั้น และสถาปนิกผู้ออกแบบ(บุคคล หรือ บุคคลที่มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล) จะต้องเป็นผู้ลงนามใน การยื่นแบบขออนุญาตก่อสร้าง และใน Certificate of Payment และ Certificate of Fitness รับรองผลงานก่อสร้างสำหรับงานที่ตนออกแบบ ส่วนสถาปนิกที่ทำงานภายในองค์กร (called as salaried architect) จะไม่สามารถทำการยื่นแบบขออนุญาตก่อสร้างด้วยตนเองได้ (ดูรายละเอียดได้จาก General Circular No. 4/1987 (1991) ใน www.lam.gov.my)

สถาปนิกที่เป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง หรือธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจอื่นใดด้วย ในการที่จะประกอบอาชีพทั้งอาชีพสถาปนิกและอาชีพอื่น บุคคลนั้นจะต้องลงทะเบียน และแสดงให้ผู้ว่าจ้างรับรู้การทำงานของแต่ละอาชีพนั้นอย่างชัดเจน

 

เว็บไซต์ใหม่ ASA


สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2546-2551 สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูถัมภ์
เลขที่ 248/1 ซอยศูนย์วิจัย 4 (ซอย 17) ถนนพระราม9 แขวงบางกระปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทรศัพท์ 02319-6555 โทรสาร 02319-6555 กด 6
email to ASA Office: office@asa.or.th , to Webmaster : webadmin@asa.or.th